มะเขือเทศเชอร์รี่เป็นพืชที่ให้ความรู้สึกคุ้มค่าที่สุดเมื่อปลูกสำเร็จ เพราะได้เห็นวงจรชีวิตครบทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นกล้าจนถึงผลสีแดงสุกที่เก็บกินได้ แต่ก็เป็นพืชที่ต้องการความเข้าใจมากกว่าผักใบที่ผ่านมา
เตรียมค้ำยันตั้งแต่ต้น
มะเขือเทศเชอร์รี่ส่วนใหญ่มีลำต้นที่ไม่แข็งแรงพอจะรับน้ำหนักผลได้เอง จำเป็นต้องมีไม้ค้ำหรือกรงเหล็กเล็ก ๆ (tomato cage) ช่วยพยุงตั้งแต่ต้นยังเล็ก การรอจนต้นล้มแล้วค่อยหาไม้ค้ำจะทำให้รากกระทบกระเทือนและอาจทำลายลำต้นได้ ในพื้นที่จำกัดอย่างระเบียง แนะนำให้ผูกลำต้นกับราวระเบียงหรือใช้กระถางที่มีโครงค้ำในตัวเพื่อประหยัดพื้นที่
ช่วยผสมเกสรด้วยมือ
บนระเบียงคอนโดที่ไม่ค่อยมีแมลงผสมเกสรตามธรรมชาติ การช่วยผสมเกสรด้วยมือจะช่วยเพิ่มอัตราการติดผลได้มาก วิธีทำง่าย ๆ คือใช้แปรงขนอ่อนหรือปลายนิ้วเขี่ยเบา ๆ ที่ดอกในช่วงสาย ๆ ของวันเมื่อดอกบานเต็มที่ หรือเคาะกิ่งเบา ๆ เพื่อให้ละอองเกสรร่วงลงผสมกับเกสรตัวเมียในดอกเดียวกัน เนื่องจากมะเขือเทศเป็นพืชที่ผสมเกสรในตัวเองได้อยู่แล้ว การช่วยเพียงเล็กน้อยก็เพิ่มโอกาสติดผลได้อย่างชัดเจน
ทำไมดอกดกแต่ไม่ติดผล
นี่คือปัญหาที่พบบ่อยที่สุดของมือใหม่ปลูกมะเขือเทศ สาเหตุหลักมักมาจากสามอย่าง คือ อุณหภูมิร้อนเกินไปในช่วงกลางวัน (เกิน 35 องศาเซลเซียส) ทำให้ละอองเกสรเป็นหมันชั่วคราว ขาดการช่วยผสมเกสรตามที่กล่าวไปข้างต้น หรือให้ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไปในช่วงออกดอกจนต้นทุ่มพลังงานไปที่ใบแทนที่จะเป็นผล การสลับมาใช้ปุ๋ยสูตรฟอสฟอรัสโพแทสเซียมสูงในช่วงนี้จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้
ระยะเวลาและการเก็บเกี่ยว
มะเขือเทศเชอร์รี่ต้องการแสงแดดจัดเต็มวัน อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน และใช้เวลาประมาณ 60-80 วันจากปลูกถึงเก็บเกี่ยวผลแรก สังเกตความสุกจากสีผลที่เปลี่ยนเป็นแดงสดทั่วทั้งลูก เก็บเกี่ยวโดยการบิดผลเบา ๆ ที่ขั้ว
เมื่อเชี่ยวชาญมะเขือเทศเชอร์รี่แล้ว มาดูกันว่ามะเขือเทศอีกสายพันธุ์หนึ่งที่ 4thitseed มีจำหน่ายต่างกันอย่างไร และควรเลือกปลูกตัวไหนก่อนดีในบทความถัดไป
พร้อมท้าทายตัวเองกับมะเขือเทศแล้ว? เมล็ดมะเขือเทศเชอร์รี่จาก 4thitseed คือจุดเริ่มต้นที่แนะนำ
