เมื่อพูดถึงผักที่ปลูกในกระถาง คนส่วนใหญ่นึกถึงผักใบก่อนเสมอ แต่จริง ๆ แล้วผักรากอย่างบีทรูททองก็ปลูกในกระถางได้ดีไม่แพ้กัน เพียงแต่ต้องเข้าใจความต้องการเฉพาะตัวของมันก่อน
ทำไมต้องเป็นบีทรูททอง
บีทรูททองมีรสชาติหวานนุ่มกว่าบีทรูทแดงทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด และไม่มีรสดินฝาดที่บางคนไม่ชอบในบีทรูทแดง สีเหลืองทองของมันยังไม่ทำให้เปื้อนสีในการปรุงอาหารเหมือนบีทรูทแดงอีกด้วย ทำให้เป็นตัวเลือกที่เข้าถึงง่ายกว่าสำหรับคนที่ไม่เคยชอบบีทรูทมาก่อน
ความลึกของกระถางคือสิ่งสำคัญที่สุด
ต่างจากผักใบที่รากไม่ขยายลึกมาก บีทรูททองต้องการกระถางที่ลึกอย่างน้อย 25-30 เซนติเมตร เพื่อให้หัวใต้ดินขยายตัวได้เต็มที่ หากกระถางตื้นเกินไป หัวบีทรูทจะแคระแกร็นหรือมีรูปทรงบิดเบี้ยว การเลือกกระถางที่เหมาะสมตั้งแต่แรกจึงสำคัญกว่าผักชนิดอื่นที่เราเคยพูดถึงมา
เทคนิคถอนแยกต้นที่มือใหม่มักพลาด
เมล็ดบีทรูทมีลักษณะพิเศษคือหนึ่งเมล็ดสามารถงอกได้หลายต้นพร้อมกัน เมื่อต้นกล้าสูงประมาณ 5 เซนติเมตร จำเป็นต้องถอนแยกต้น (thinning) ให้เหลือเพียงต้นเดียวทุกระยะ 10 เซนติเมตร มิฉะนั้นต้นจะแย่งอาหารกันเองจนหัวไม่ขยายตัวเลยสักต้น หลายคนลังเลที่จะถอนต้นที่แข็งแรงทิ้งเพราะเสียดาย แต่นี่คือขั้นตอนที่จำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้ได้หัวบีทรูทที่มีขนาดใหญ่พอ ข่าวดีคือต้นอ่อนที่ถอนออกมาสามารถนำไปกินเป็นสลัดใบอ่อนได้เลย ไม่ต้องทิ้งเปล่า
การดูแลระหว่างเติบโต
บีทรูททองต้องการแสงแดดปานกลางถึงจัด อย่างน้อย 5-6 ชั่วโมงต่อวัน และรดน้ำสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้หัวแตกจากการขาดน้ำสลับกับได้น้ำมากเกินไป โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 55-70 วันจากหยอดเมล็ดถึงเก็บเกี่ยว สังเกตได้จากไหล่หัวที่โผล่พ้นดินขึ้นมามีขนาดประมาณลูกกอล์ฟ
เมื่อครบทั้งผักใบและผักรากแล้ว ถึงเวลาต่อกันด้วยพืชที่ให้ผลจริง ๆ ซึ่งเป็นความท้าทายระดับถัดไปในบทความหน้า นั่นคือมะเขือเทศเชอร์รี่
อยากลองปลูกผักรากเป็นครั้งแรก? เมล็ดบีทรูททองจาก 4thitseed เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับความท้าทายใหม่นี้
