ถ้าให้เลือกผักที่สวยที่สุดในบรรดาผักที่ปลูกในกระถางได้ ผักกาดสวิสหลากสี (Rainbow Chard) น่าจะติดอันดับต้น ๆ ด้วยก้านสีแดง เหลือง ส้ม และชมพูที่ตัดกับใบเขียวเข้มอย่างสวยงาม แต่ความสวยไม่ใช่จุดเด่นเดียวของผักชนิดนี้
ทำไมผักกาดสวิสถึงปลูกง่ายกว่าที่คิด
ผักกาดสวิสมีความทนทานสูงและปรับตัวกับสภาพแสงได้หลากหลายกว่าเคลเสียอีก สามารถเติบโตได้ตั้งแต่แดดครึ่งวันไปจนถึงที่มีร่มเงาบางส่วน ทำให้เป็นตัวเลือกที่ยืดหยุ่นมากสำหรับระเบียงที่แสงไม่สม่ำเสมอตลอดวัน นอกจากนี้ยังทนความร้อนได้ดีกว่าผักใบหลายชนิด จึงปลูกได้เกือบทั้งปีในสภาพอากาศไทย
การปลูกและดูแล
ใช้กระถางลึกอย่างน้อย 20 เซนติเมตร หยอดเมล็ดห่างกันประมาณ 20-25 เซนติเมตร รดน้ำสม่ำเสมอเมื่อดินแห้ง และให้ปุ๋ยไนโตรเจนสูงทุก 3 สัปดาห์เช่นเดียวกับเคล ผักกาดสวิสมักงอกภายใน 7-10 วัน และพร้อมเก็บเกี่ยวใบแรกได้เมื่ออายุประมาณ 50-60 วัน
เก็บเกี่ยวแบบต่อเนื่องเช่นเดียวกับเคล
เช่นเดียวกับเคล ผักกาดสวิสสามารถเก็บเกี่ยวแบบตัดใบนอกได้ ทำให้หนึ่งต้นให้ผลผลิตต่อเนื่องได้นานหลายเดือน วิธีเก็บเกี่ยวคือใช้มือหรือกรรไกรตัดใบนอกที่โตเต็มที่ออกที่โคนก้าน โดยเว้นใบอ่อนตรงกลางไว้เสมอ
ใช้ก้านและใบแยกกันในครัว
จุดที่ทำให้ผักกาดสวิสน่าสนใจในครัวคือก้านและใบมีเนื้อสัมผัสต่างกัน ก้านมีความกรอบคล้ายคื่นฉ่าย เหมาะกับการผัดหรือดองเปรี้ยว ส่วนใบมีเนื้อนุ่มคล้ายผักโขม เหมาะกับการลวกหรือใส่ในซุป การหั่นแยกก้านออกจากใบก่อนปรุงและใส่ก้านลงก่อนเพราะสุกช้ากว่า จะช่วยให้ทั้งสองส่วนสุกพอดีพร้อมกัน
เมื่อรู้จักผักใบสองชนิดแล้ว มาต่อกันด้วยสมุนไพรยอดนิยมที่หลายคนปลูกแล้วมักตายก่อนได้กินในบทความถัดไป นั่นคือโหระพา
อยากได้ระเบียงที่สวยและกินได้? เมล็ดผักกาดสวิสหลากสีจาก 4thitseed พร้อมให้คุณเริ่มปลูกวันนี้
